วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

คอร์ส Workshop Trader มืออาชีพ 6 วัน


คอร์สอบรมสัมมนา Workshop Trader มืออาชีพ 6 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2558
          วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2558
         วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม 2558
         วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม 2559
         วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
        วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม 2559

สถานที่ โรงแรมเชียงใหม่การ์เด้น

Day 1 Workshop การเลือกหุ้น และวิเคราะห์หุ้นด้วยวิธี Techno Fundamental

Day 2 เรียนรู้ถึงปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์ทางเทคนิค และ Workshop การเทรดแบบใช้ข้อมูลย้อนหลัง

Day 3 เรียนรู้ถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการเทรดให้ได้กำไรทุกสภาพตลาด และ Workshop การเทรดแบบใช้ข้อมูลย้อนหลัง

Day 4 เรียนรู้ถึงการสร้างและทดสอบระบบเทรด และ Workshop การเทรดด้วยระบบที่กำหนดเองแบบใช้ข้อมูลย้อนหลัง

Day 5 เรียนรู้ถึงการบริหารเงินทุน และจิตวิทยาการลงทุน และ Workshop การเทรดด้วยระบบเทรดที่สมบูรณ์ แนะนำการเทรดจริง

Day 6 ติดตามผลการเทรดจริง และ Workshop ปรับปรุงระบบเทรดให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

  ค่าใช้จ่ายในการเรียน : 14,900 บาท/ท่าน แถมฟรี คอร์ส Workshop สร้างระบบเทรด 2 วัน
 ติดต่อสอบถาม : คุณมงคลศักดิ์  092 839 1233


คอร์ส Workshop สร้างระบบเทรด 2 วัน


คอร์สอบรมสัมมนา Workshop สร้างระบบเทรด 2 วัน

วันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ 26 - 27 กันยายน 2558

สถานที่ โรงแรมเชียงใหม่การ์เด้น

Day 1 เรียนรู้การสร้าง list หุ้นเพื่อใช้ทำกำไรได้ทุกสถาณการณ์

  รู้จักการลงทุนหุ้น ข้อดี และผลตอบแทนที่จะได้รับ

  ได้ลงมือทำ workshop สร้างเป้าหมายในการลงทุนหุ้นด้วย หลักการดอกเบี้ยทบต้น

  ได้รู้จักความเข้าใจผิดและทำให้มือใหม่ขาดทุน

  เรียนรู้ถึงกลไก และปัจจัยที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหว

  เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานเชิงคุณภาพของหุ้น ตามวิธี Techno Fundamental

  แนะนำแหล่งข้อมูล และเครื่องมือในการช่วยหาข้อมูล

  Workshop เลือกหุ้นด้วยการลงมือทำจริง

Day 2 เรียนรู้จังหวะการซื้อขาย กลยุทธ์ และสร้างระบบเทรด

  รู้จักเคลื่องมือช่วยวิเคราะห์ทางเทคนิค

  รู้จักวิธีอ่านกร๊าฟแท่งเทียน

  รู้จักวิธีวิเคราะห์ทางเทคนิค ปัจจัย และเครื่องมือที่ต้องนำมาวิเคราะห์ เพื่อจุดซื้อจุดขายที่ได้เปรียบ

  เรียนรู้กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถทำกำไรได้ทุกสภาพตลาด

  เรียนรู้ขั้นตอน วิธีการสร้างระบบเทรด

  Workshop สร้างระบบเทรด และทดสอบเทรดจากข้อมูลย้อนหลัง

  แนะนำการเลือก Indicator และการต่อยอดศึกษา และฝึกฝนต่อหลังจากจบคอร์สไปแล้ว

  ค่าใช้จ่ายในการเรียน : 2,900 บาท/ท่าน
 ติดต่อสอบถาม : คุณมงคลศักดิ์  092 839 1233

จำนวนผู้เข้าอบรม : 40 ท่านขึ้นไป

ความเห็นคนเคยเรียน



วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

กฎพื้นฐานของเทรดเดอร์ จากหนังสือ One Good Trader


หนังสือ One Good Trader โดย Mike Bellafiore เป็น ป๊อบเทรดเดอร์ระดับโลก มีผลงานการเทรดที่ดี เริ่มต้นด้วยไม่มีความรู้ด้านการเงิน ทำงานเป็นทนายความมาก่อน มีประสบการณ์การเทรดหลายสิบปี เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง SMB Capital ทำ Series Wallstreet Worrior และทำ SMB Training Academy

เนื้อหาในหนังสือพูดถึงการเตรียมตัวเป็นเทรดเดอร์ที่ดี การพัฒนาตัวให้ประสบความสำเร็จ สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสภาพตลาด และสรุปกฎพื้นฐานที่เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริงขึ้นมา 7 ข้อด้วยกัน

7 กฎพื้นฐานของเทรดเดอร์

1 เข้าใจ ใน 3 เรื่อง
     - เข้าใจราคา หมายถึงเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวด้วยการตัดสินใจด้วยคนส่วนมากของตลาด ด้วยอารมณ์ของคนส่วนมากของตลาด ไม่ใช่ด้วยตัวชี้วัดต่าง ๆ และต้องเข้าใจว่าราคา ณ เวลาที่ดูอยู่เป็นราคาที่ถูก หรือแพง ขึ้นต่อได้มั้ย ลงมาพักหรือกำลังลงจริง ๆ
     - เข้าใจตลาด หมายถึงเข้าใจสินค้าที่เราเทรด เพราะสินค้าแต่ละประเภทก็มีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่างกัน และต้องเข้าใจไปถึงตลาดของสินค้านั้น ๆ โดยรวมด้วย เข้าใจว่าตลาดอยู่ในสภาวะไหน สินค้าแต่ละตัวในตลาดจะมีทิศทางราคาไปทางไหน แล้วเลือกกลยุทธ์ที่ได้เปรียบ
     - เข้าใจตัวเอง เข้าใจว่าสภาพจิตใจของตัวเองเป็นยังไง สภาพร่างกายเป็นยังไง มีผลกระทบต่อการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน ไม่พร้องไม่ควรเทรด

2 ทำงานหนัก ในที่นี้เค้าหมายถึงต้อง ซ้อม ฝึกฝน และเรียนรู้เพิ่มเติม จนสร้างเป็นวิธีการที่ดีของตัวเอง เพราะเราไม่สามารถเลียนแบบทุกอย่างของคนอื่นได้ สุดท้ายแล้วจะต้องมีวิธีการที่เป็นตัวของเราเองและชนะตลาดได้ผลตอบแทนแบบที่ตัวเองต้องการ

3 อดทน รอให้เป็น ทำตามแผนให้ได้

4 มีแผน จะเข้าเทรดจะต้องมีแผน ข้อนี้สำคัญ เป็น key สู่ความสำเร็จเลย แผนที่พูดถึงในหนังสือคือการวางแผนล่วงหน้า สร้างภาพความเป็นไปได้หลาย ๆ ทาง ทั้งทางที่ดี และไม่ดี แล้วกำหนดว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจะมีการตอบสนองยังไง วางแผนการเข้าซื้อไว้ก่อน วางแผนการขายไว้ก่อนทั้งทางกำไรและขาดทุน คิดเป็นระบบ กำหนดกลยุทธ์ และเครื่องมือที่ใช้ให้เหมาะสมทุกครั้ง

5 วินัย ต้องทำตามแผนให้ได้ ต้องทำการฝึกฝนสม่ำเสมอตามที่ตัวเองกำหนดไว้ให้ได้

6 ทีม การเทรดเป็นเรื่องการตัดสินใจทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไร ในการฝึกฝนช่วงแรกสำคัญมาก เพราะยังไม่เคยทำ ยังไม่เคยชิน และทุก ๆ คนจะมีความกดดันต่างกัน อาจมาจาความคาดหวังของตัวเอง (อยากได้กำไรมาก ๆ ไม่อยากขาดทุน) จากครอบครัว จากคนรอบข้าง ทำให้การตัดสินใจในช่วงแรกมีปัจจัยกระทบหลายอย่าง จะผิดพลาดง่าย การเทรดเป็นทีมจะช่วยทำให้พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น เร็วขึ้น

7 จดบันทึก ทำกับทุกเรื่องในการเทรดของตัวเอง การฝึกฝน อารมณ์ ตัดสินใจซื้อ ขาย กำไร ขาดทุน เพื่อนำสิ่งที่จดบันทึกไปทบทวน ประเมินผล และปรับปรุงการเทรด

ขอให้ผู้เรียนรู้ พยายาม สำเร็จอย่างที่หวัง
Mee?

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พลังมาก.....ลากไป ตอน 3 เครื่องมือดูกำลัง

ถึงกำลังจะดูยาก แต่ก็มีคนที่ทำการทดลอง ทำวิจัย สร้างเครื่องมือที่นำมาช่วยให้เราดูกำลังของการเคลื่อนไหวราคาได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเครื่องมือกันซัก 2 อย่างแล้วกัน

ประโยชน์ของเครื่องมือที่จะยกตัวอย่างมาใช้ดูกำลังจริง ๆ มีมากกว่านี้ แต่ในเรื่องนี้ขอยกมาเฉพาะเรื่องการดูกำลังอย่างเดียว

เครื่องมือดูกำลังตัวแรกเอาเป็น RSI เพราะคนที่สร้างเค้าทำมาเพื่อดูเรื่องนี้โดยตรงเลย อธิบายด้วยภาพดีกว่าครับ

RSI มีค่า 0 - 100 แบ่งเป็น 4 โซน 0 - 30 โซนขายมากไป 30 - 50 โซนขาย 2 โซนนี้แสดงกำลังด้านลบต่อราคา โซน 50 - 70 โซนซื้อ และ 70 - 100 โซนซื้อมากไป แสดงกำลังด้านบวก

ใช้ดูจุดที่เกิดแรงเหวี่ยงตอนเริ่มต้นแนวโน้มก็ดี


เส้นสีน้ำเงินในช่องตรงกลางเป็น indicator ชื่อ RSI การที่ราคาทะลุผ่านและ RSI ขึ้นถึง โซนซื้อมากไป แสดงถึงความเห็นของคนส่วนมากมองไปทางเดียวกัน เมื่อมีพฤติกรรมราคาทะลุผ่านแนวต้าน ทำให้เกิดแนวโน้มราคาขึ้นได้

หรือเราใช้ช่วยเตือนการพักตัวของราคาก็ได้


ใช้ช่วยดูกำลังของการเหวี่ยงของราคาในแต่ละรอบ จะเห็นสัญญาณเตือนให้ระวังการพักตัวจาก RSI เมื่อเกิดยอดสูงขึ้นของราคา แต่ RSI กลับไม่สามารถขึ้นไปสูงกว่าเดิมได้ (เค้าเรียกกันว่าเกิด divergent) ความคาดหวังของราคามาใกล้สุดทางแล้ว

ตัวต่อไปไปดู MACD กัน เป็นเครื่องมือที่ใช้ช่วยได้หลาย ๆ เรื่องรวมทั้งการใช้เตือนเรื่องแรงเหวี่ยงที่ลดลงด้วย

MACD แบ่งเป็น 2 โซน โดยมี 0 เป็นตัวแบ่ง มากกว่า 0 เป็นขาขึ้น น้อยกว่า 0 เป็นขาลง


MACD เป็น histogram เขียวแดงตรงกลาง อันนี้ก็ใช้ได้เหมือน ๆ กันกับ RSI วิธีการดูก็เหมือนกันด้วย เพียงแต่ใช้ดูจังหวะเริ่มต้นการเหวี่ยงไม่ค่อยออกเหมือน RSI เท่านั้น

คิดว่าแค่นี้ก็สามารถเอาไปช่วยพัฒนาการซื้อขายให้ดีขึ้นในช่วงแรก ๆ ได้แล้ว อย่าลืมต้องศึกษาให้มากขึ้นกันนะครับ

ขอให้ผู้เรียนรู้ พยายาม สำเร็จอย่างที่หวัง
Mee?

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พลังมาก.....ลากไป ตอน 2 ใช้ประโยชน์จากกำลังยังไงดี

ในตอนที่แล้วได้รู้จักว่าในช่วงการเคลื่อนไหวของราคาแต่ละครั้งนั้นมีแรงเหวี่ยงของราคา หรือกำลังในการเคลื่อนไหวแตกต่างกัน ทำให้ต้องกำหนดกลยุทธ์ในการเทรดต่างกันไป

อาจใช้ในการจับจุดเริ่มเทรนใหม่ (เตือนว่าจบเทรนเก่า) เมื่อกำลังอ่อนแรงลง และราคาเปลี่ยนเทรนเป็น sideway อาจใช้ข่าวรวมกับพื้นฐานบริษัท หรือเมื่อราคาเลือกทาง (ทำนิยามว่ามีเทรนใหม่) ในการยืนยันอีกครั้งว่าจะเริ่มเทรนใหม่จริง ๆ


จะเห็นว่าส่วนเปลี่ยนแปลงของราคาลดลง และ volume ลดลงด้วยเช่นกัน แปลว่าความคาดหวังในราคาหุ้นตัวนี้เริ่มไม่ยอมรับราคาที่ต่ำกว่านี้ แรงขายจึงเริ่มลดลง และกำลังทางขายที่ส่งให้ราคาลงไปอีกตกลง ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรส่งให้หุ้นตัวนี้แย่ลงไปอีกเช่น ผลประกอบการตกลง งานในมือหลุดมือไป ราคาก็จะออก sideway ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเลือกทางของคนส่วนมาก


แล้วต่อมาก็มีการเลือกทางจากคนส่วนมากในกรณีหุ้นตัวนี้มาจากข่าวที่เค้าลงทุนในกิจการพลังงานทดแทนจาก solar และ ลม ทำให้ความคาดหวังจากคนส่วนมากกลับมาเป็นบวก และดันราคากลับขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้ จะเห็นว่าแรงเหวี่ยงของราคามีมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของราคา และ volume ที่เพิ่มขึ้น ตอนที่มีแรงเหวี่ยงเพิ่มขึ้นนี้เราอาจเลือกหาจังหวะเข้าซื้อกลางแนวโน้มเพิ่มได้ เพราะกำลังที่มากขึ้นช่วยยืนยันว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้ยังแข็งแรงอยู่

หรือในขณะ sideway เราก็ยังใช้แรงเหวี่ยงของราคาทำประโยชน์ได้ด้วย เพราะหลังจากแรงเหวี่ยงของราคาตามแนวโน้มตกลง ราคามักจะเป็น sideway และเหวี่ยงในกรอบพักหนึ่งก่อนเลือกทางใหม่ เราก็สามารถสังเกตแรงเหวี่ยงราคาในจุดไปที่ขอบของกรอบราคา sideway แล้วดูกำลังของแท่งเทียนได้ว่ามีการกลับตัวของกำลังหรือไม่


เมื่อกำลังทางบวกกลับมาชนะในจุดที่เป็นขอบราคา เราก็สามารถเล่นเป็นรอบ ๆ ตามการกลับตัวได้

การดูกำลังเราก็มีเครื่องมือมาช่วยดูได้ด้วย ต่อกันตอนหน้าครับ

ขอให้ผู้เรียนรู้ พยายาม สำเร็จอย่างที่หวัง
Mee?